พักนี้..รู้สึกเราจะรับข่าวสารมากกว่าปกติ..หรืออาจจะมากเกินไป..ตอนแรกรู้สึกสนุก..ดูการเมืองเหมือนดูแดจังกึม..มีฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา..มีบู้ มีบุ๋น..มีประจบ..มีสร้างภาพ..จากที่ดูการเมืองเป็นเรื่องสนุกๆ..ตอนนี้เริ่มรู้สึกเกลียดคนที่เราคิดว่าเป็นตัวร้าย..หงุดหงิดเหมือนดูตัวร้ายที่ชอบสร้างภาพให้ตัวเองดูดีแล้วกลั่นแกล้งฝ่ายจังกึม
เราเริ่มสนใจดูเอาสาระก็ตอนที่ คุณหญิง จารุวรรณ ผู้ว่าแห่งสำนักตรวจเงินแผ่นดิน โดนบีบให้ออกจากตำแหน่ง..จำได้ว่าช่วงนั้นคดี CTX กำลังดัง..ในขณะที่คุณหญิงไม่สามารถทำงานได้มาปีกว่า..(ยืดเยื้อได้นานมากๆ)..ระหว่างนั้น..คตง.ได้ทำการสรรหาผู้ว่าคนใหม่แล้ว..ได้นายวิสุทธิ์มา..ทั้งๆที่คุณหญิงก็ยังไม่พ้นจากตำแหน่ง..เราคิดว่าเรื่องคงจบ..ไม่ว่าคุณหญิงจะเป็นคนดีสักแค่ไหน(เรามีความเชื่อว่าคุณหญิงเป็นคนดีและยังเชื่ออยู่จนวันนี้) แต่คุณหญิงตัวเล็กๆใส่แว่นหนาๆคนหนึ่ง..จะต่อสู้กับระบบทั้ง คตง.ทั้งสว. ที่ร่วมใจกันจะเอาคุณหญิงออกได้ยังไง..ธรรมะย่อมชนะอธรรม..คงหาได้แต่ในหนังจีน..
ในขณะที่ สว. เสนอชื่อโปรดเกล้าให้แต่งตั้งนายวิสุทธิ์มาแทนคุณหญิง..เวลาผ่านไปสามเดือนกว่า..ยังไม่มีการราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งนายวิสุทธิ์ลงมา..นายวิสุทธิ์..คิดว่าเพื่อผ่าทางตันตนจึงลาออก..ด้วยพระบารมี..เราคิดว่าคงได้คนดีดีอย่างคุณหญิงกลับมาทำงานตามปกติซักที..ยังไม่วาย..ทั้ง สว. ทั้งคตง. ยังคิดจะสรรหาคนใหม่อีก..ปรากฏว่า..ปราธาน สว.คนนึง(อาจจะรู้สึกผิดรึเปล่าไม่แน่ใจ) ได้ขอรับผิดชอบ เรื่องสตง.ด้วยการลาออก..ปัญหาน่าจะจบ..แต่เรื่องก็ค้างๆคาๆ..อยู่อย่างนี้.. (ช่วงไล่เลี่ยกันนี้..จู่ๆก็มีประกาศเพิ่มเงินเดือนให้ สส. สว.จาก 7.7 หมื่น เป็น แสนกว่า..แถมบำเหน็จ บำนาญ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 40 เพราะ สส. และ สว.ทำงานหนักมามากและเงินเดือนก็ไม่ได้ขึ้นมานานแล้ว..แต่ก็มีคนมองว่า..ถ้าคำนวณจำนวนเงินเดือน ส.ส., ส.ว. ที่เพิ่มขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ถือว่ามากกว่า 70% ของฐานเงินเดือนเดิม ไม่ทราบเหมือนกันว่า ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นคิดจากฐานอะไร อยู่ๆ ก็มาลักไก่ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง หรือว่าเป็นการจ่ายโบนัสก่อนสิ้นปีให้กับบรรดา ส.ส., ส.ว. ผู้ทรงเกียรติที่ทำงานเข้าตารัฐบาล ในขณะที่ค่าแรงชาวบ้าน..ตอนนี้กรุงเทพค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 184 บาท ซึ่งมีการคำนวณ รับรองวิจัยมากมายให้ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มได้ครั้งละ 3 บาท 5 บาทเท่านั้นซึ่งขึ้นมาประมาณ 2.76% ของเงินค่าแรงขั้นต่ำ..การขึ้นเงินเดือน สส. สว. และบำเหน็จ บำนาญย้อนหลังตั้งแต่ปี 40เป็นการเอาภาษีประชาชนมาถลุงเล่นรึเปล่า..หรือว่าเป็นการเอาภาษีประชาชนมาเพื่อซื้ออำนาจอะไรบางอย่างรึเปล่า..หรือว่า สส. สว.ทำงานหนักสมควรแก่การให้ขึ้นหลายเท่าตัว..ก็มองกันไปต่างๆนานาและก็ไม่รู้ว่าเงินพวกนี้มีผลต่อการบีบคุณหญิงออกรึเปล่า)..จนปีใหม่คิดว่าจะมีคนประกาศคืนตำแหน่งคุณหญิง..แต่ทั้ง คตง.ทั้งสว.ก็ยังเถียงกันอยู่..ช่วงต้นปีใหม่ดูรายการถึงลูกถึงคน..ก็ดูทุกคนจะยืนยันแน่นหนักและขัดแย้งกันไม่มีวี่แววการคืนตำแหน่งให้คุณหญิงแน่นอน..ซึ่งเป็นที่งงกับเรามาก..
แล้วจู่ๆ....จู่ๆ..ก็มีข่าวออกมาว่า..จะคืนตำแหน่งให้คุณหญิง..ตามที่ได้มีหนังสือจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ถึง คตง. วันที่ 26 มค. 2549 และหนังสือจากสำนักราชเลขาธิการ ถึง คตง. วันที่ 27 มค. 2549 หลังจากนั้น คตง.จึงมีมติคืนตำแหน่งให้คุณหญิง..
ประหลาดมากๆ..ทุกฝ่าย..ยืนกรานขัดแย้งหาข้อสรุปไม่ได้..ด้วยพระบารมีไม่พ้นเกล้าคิดว่าเรื่องจะยุติแล้ว..ก็ยังคงยืนกรานสรุปไม่ได้ ขัดแย้งมากมาย..แต่พอมีหนังสือ จาก พ.ต.ท.ทักษิณ กลับพิจารณาคืนตำแหน่งให้คุณหญิงทันที..โดยบอกว่า..มีหนังสือจากนายกจริงแต่ไม่เกี่ยวกับหนังสือที่นายกเสนอ..เพียงแต่ตอนนี้หาข้อสรุปได้แล้ว..
สรุปคุณหญิง..ได้รับการคืนตำแหน่งหลังจากถูกบีบให้ไม่ได้ทำงานมา 1 ปี 7 เดือน..
1 ปี 7 เดือนที่คุณหญิงไม่อยู่..
วันนี้คุณหญิงกลับมาปรากฏว่า..ข้อมูลหลายอย่างถูกทำลาย..ระบบตรวจสอบถูกทุบทิ้งหมดแล้ว..คดีลำไย(ในการกำกับดูแลของคุณหญิงสุดารัตน์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์)..หรือ..สนามบินสุวรรณภูมิ(ซึ่งตอนเราดูอภิปรายมีการพูดถึงนายหญิงญาติของทักษิณที่มีเอี่ยวร่วมคอรัปชั่นอยู่ด้วย เราก็ไม่ได้ปักใจเชื่อแค่เก็บๆไว้ประมวลผล) ซึ่ง เรื่องเหล่านี้ได้ทำการสอบผู้รับเหมารายใหญ่มาใกล้จะเสร็จแล้วก็มาเกิดเรื่อง..ข้อมูลที่มีของ สตง.ตอนนี้หายหมด..ช่วงคุณหญิงไม่ได้ทำงานก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน..จากบุคคลที่ สตง.เคยชี้ว่ากระทำทุจริตมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ..(แล้วอย่างนี้คดีทุจริตทั้งหลายที่สอบไว้จะไม่หายได้ยังไง) ทั้งนี้คุณหญิงยังกล่าวด้วยว่า "ที่ส่งดินฉันกลับไปทำงานขอบอกว่า ไม่ได้อยู่นิ่ง แต่วันนี้ระบบข้อมูลถูกทุบทิ้งหมดแล้ว ถึงเวลาต้องกู้ชาติกันจริงๆ" ซึ่งทั้งหมดนี้มาจาก การเสวนา เรื่อง ทำไมธรรมาภิบาลจึงจำเป็นต่อสังคมไทยในปัจจุบัน
เมื่อระบบตรวจสอบการทำงานรัฐบาล..มีที่ สตง.ที่เดียวที่มีความคืบหน้า..กลับโดนกระทำเช่นนี้..แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลไม่แทรกแซงองค์กรอิสระ..นี่แค่ข้อเดียวเท่านั้นนะที่เราสงสัย..
หากตัดเรื่องทุจริตออกไปแล้ว..ยังไงซะ..วันนี้ท่าทีทุกอย่างที่ ท่านทักษิณแสดงออกมา..ในความคิดเรามันชัดเจนมาก..ว่า..ไม่เหมาะจะเป็นผู้นำ..ผู้นำหรือผู้บริหารประเทศควรจะมีภาวะมากกว่าบุคคลธรรมดา..หากมีหนทางทำให้บ้านเมืองสงบได้ก็ควรทำ..แต่ที่เราเห็น..ท่านได้แต่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมว่าสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย..ว่าเค้าเป็นพวกกุ้ย..บอกว่ายุบสภาเพราะกลัวพวกนี้จะทำให้บ้านเมืองไม่สงบ..ทั้งที่เค้าชุมนุมอย่างสงบตามระบอบประชาธิปไตยมาตลอด..อาจารย์ออกมาแสดงความเห็นก็ว่าอาจารย์ไร้วุฒิภาวะ..แล้วยังไปว่าเค้าเป็นพวกชนกลุ่มน้อย..เป็นพวกกฏหมู่อยู่เหนือกฏหมาย..ทั้งๆที่ทั้งหมดเป็นการชุมนุมโดยสันติตามระบอบประชาธิปไตย..ทั้งยังอ้างและระดมคนรักทักษิณอีกเพียงเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเองมุ่งมั่นทำงานต่อ..หนำซ้ำยังว่าพวกชุมนุมต่อหน้าคนที่รักและเชียร์ตนเองอีก..เราเชื่อนะว่าคนชอบทักษิณมีเยอะ..แต่การทำเช่นนี้ยิ่งทำให้สังคมแตกแยก..หากเป็นคนธรรมดาทำ..ยังพออนุโลม แต่ในฐานะผู้นำเราว่าไม่ควร..
เรามองว่ากลุ่มชุมนุม..ก็ไม่ต่างจากกลุ่มม็อบทั่วไป..ที่มีกลุ่มคนที่มีความต้องการเหมือนกัน..มาเรียกร้องอะไรบางอย่าง..หากเกษตรกรเดือดร้อนราคาข้าวตกต่ำ..มีคนมาชุมนุมไม่กี่คนอย่างมากก็พันคนที่หน้าทำเนียบ..ในฐานะผู้นำถ้าไม่เจรจาเอง..ก็ควรจะส่งคนไปเจรจา..ดูว่า..ปัญหาเกิดจากอะไร..เค้าต้องการอะไร..ทำไมมาชุมนุม..แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ยังไง..แต่ที่ทักษิณทำตอนนี้เหมือนกับบอกว่า..คนกลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มน้อยสร้างความวุ่นวาย..ให้มองข้ามเกษตรกรพวกนี้ไป..แล้วดูกลุ่มอื่นซิยังสนับสนุนตนตั้งเยอะแยะ..ตนจะทำงานต่อโดยไม่สนใจคนชาวเกษตรกร..อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง
ทำนองเดียวกัน..แรกๆที่มีม็อบสนธิ..คนดูแค่หอประชุมเล็กธรรมศาสตร์..น่าจะส่งคนไปเจรจาดูว่า..ทำไมมาก่อม็อบ..หากสงสัยในตัวทักษิณ..ก็น่าจะให้ตรวจสอบความบริสุทธิ์..หากสงสัยในองค์กรอิสระจะถูกแทรกแซงก็ต้องตั้งคนกลางมา..สภาวะตึงเครียดจะได้ผ่อนคลาย..แต่นี่กลับไปดูถูกเค้า..จนตอนนี้คนที่สงสัยในตัวท่านมีมากขึ้น..กลุ่มชุมนุมใหญ่ขึ้น..คนเป็นผู้นำอย่างทักษิณแทนที่จะไกล่เกลี่ยกลับทำได้แค่..บอกว่า ไอ้พวกกุ๊ย..แล้วยังจัดปราศรัยว่า สนธิเพื่อนรักมีอะไรมาคุยได้..ไม่ได้แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาเลย..พอวันรุ่งขึ้นก็ไปด่ากลุ่มพันธมิตรที่ภาคเหนือต่ออีก..ว่าพวกนี้ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย..ประชาชนยิ่งแตกแยกกันไปใหญ่..ฝ่ายพันธมิตรเห็นท่านพูด..ก็ท้ากลับว่าให้มาคุยกันออกอากาศเลยดีกว่า..ประชาชนจะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร..ก็กลับไม่คุยด้วย..หนำซ้ำครั้งก่อนสมัครยังออกหน้าบอกทักษิณว่า..อย่าเอาพิมพ์เสนไปแลกกับเกลือ..เอ๊า..ยิ่งไปกันใหญ่.. ไม่มีความจริงใจแก้ปัญหา..ท่าทีผู้นำ..เราว่าชี้นำให้สังคมแตกแยกนะแล้วถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ..จุดจบจะอยู่ตรงไหน..ให้บริหารประเทศต่อไปโดยมองข้ามหัวกลุ่มพันธมิตรที่มีแค่แสนคน อย่างนั้นเหรอ..หรือหากเศรษฐกิจตกต่ำก็โทษพวกพันธมิตรอย่างนั้นเหรอ..ในฐานะผู้นำทำได้แค่นี้เหรอ??
วันนี้มีเพื่อนเราชื่นชมทักษิณและดูจะเกลียดพวกพันธมิตรที่สร้างความวุ่นวาย..แปลกจังที่เราอยากให้เค้าเห็นเหมือนเรา..หรือเราจะเป็นพวกไม่ค่อยยอมรับความแตกต่างทางความคิดนะ..
บางทีเรารู้สึกว่าเหตุผลเค้าก็ดูทะแม่งๆนะ..แต่ก็คงเหมือนหลายคน..อย่างเช่น..คนโกงแล้วชาติพัฒนา..ดีกว่าคนโกงแล้วไม่พัฒนา..
เราว่ามันจะไปกันใหญ่..ทำไมเราถึงมองแต่สิ่งที่มันเป็น..มากกว่าสิ่งที่มันควรจะเป็น...ชาติพัฒนาเราก็สนับสนุนนะ..แต่หากเรามองว่าโกงแล้วพัฒนาก็โกงไป..มันไม่น่าจะถูกต้อง..แล้วบ้านเมืองจะมีคนดีไว้ทำไม..แล้วคนอย่างคุณหญิง จารุวรรณ จะให้ไปอยู่ตรงไหน..หรือจะให้โดนกลั่นแกล้งแบบนี้ต่อไป..หรือว่าต้องโดนบีบจนให้ออกอย่างคุณ ปุระชัย..ทำไมเราไปเอาคนโกงมาเป็นบรรทัดฐานในการตัดสิน..หากเราสรรเสริญคนโกงแบบนี้..ก็เท่ากับส่งเสริมให้นักการเมืองโกงนะ..แล้วสิ่งที่เราทำได้ก็คือ แค่สงสาร คนแบบคุณหญิงอย่างนั้นเหรอ..เพราะแค่แนวคิดนี้ก็ไม่สนับสนุนคนดีแล้ว..เราก็บอกตรงๆว่า..ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะหาคนดีได้..แต่เราคิดว่าหากเราเห็นอะไรไม่ถูกต้องก็ไม่ควรสนับสนุน..จุดจบทางการเมืองเป็นยังไงเราไม่รู้..ใครเชียร์ใครเราไม่สน..แต่แนวคิดแบบนี้..มันน่าเศร้านะ..ไม่ว่าใครจะเชียร์ใครก็ตาม..เราคิดว่า..ก่อนอื่นเราควรจะต้องตั้งอยู่บนความเชื่อในความที่ถูกต้องก่อน..แล้วทุกอย่างมันจะพัฒนาไปในทางที่ดีเอง..
(คิดเล่นๆหากนักการเมืองโกงเหมือนกันหมด..เราต่อต้านเหมือนกันหมด..แล้วรัฐบาลต่อไปจะกล้าโกงเหรอ..หรือหากโกงอีกเราต่อต้านอีก..เราเชื่อว่าอย่างน้อยมันต้องมีการปฏิวัติหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน..คนที่ดีดีย่อมอยากที่จะกู้วิกฤตินี้แน่..เหมือนเป็นการเปิดทางให้คนดี..เราเชื่อว่าอย่างนั้นนะ เราว่าประเทศพัฒนาไม่ยั่งยืนหรอกตราบใดที่เราสนับสนุนคนโกง และเราก็เชื่อว่าต่อให้เราต่อต้านคนโกง..คนโกงก็ไม่หมดไปหรอก..ใช่มันไม่หมดไปหรอก..แต่มันจะทำให้คนโกงน้อยลงได้..แล้วก็โกงได้ยากขึ้น)
แล้วก็อีกเหตุผลนึง..ที่บอกว่ากลุ่มพันธมิตรสร้างความวุ่นวาย..ถ้าไม่มีพันธมิตรความวุ่นวายก็ไม่ดี
เราก็ไม่เห็นด้วยกับการยื่นคำขาดของกลุ่มพันธมิตรที่ให้ทักษิณลาออกนะ..แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะมีทางไหนอีก..อาจจะเป็นเว้นวรรคทางการเมืองให้ตรวจสอบทุกข้อที่เค้าสงสัยก่อน..แล้วนายกค่อยกลับมาใหม่..ก็น่าจะดูดีกว่านะ..คือมีเหตุผลที่มาที่ไป..ไม่ใช่ฟันธงว่าออกอย่างเดียว..บางคนอาจไม่เข้าใจแล้วดูเจตนาไม่ดีไปซะ..แต่ไม่ว่าทางไหนดูเหมือนท่านทักษิณจะเลือกทางเดียวคือ..เลือกตั้ง..ซึ่งไม่ได้ทำให้คนที่ไม่ไว้ใจขจัดความสงสัยในตัวท่านได้
สิ่งที่เราเห็นด้วยที่มีกลุ่มพันธมิตรขึ้นมา..เราว่าดีตรงที่สังคมดูให้ความสนใจเรื่องคอรัปชั่นมากขึ้น..ไม่ใช่มองว่าการคอรัปชั่น การแทรกแซงสื่อเป็นเรื่องธรรมดา..แม้ว่าสังคมหรือบางคนอาจจะไม่ได้มองถึงที่มาที่ไปหรือทำไมถึงมีกลุ่มพันธมิตรขึ้นมา..หรือ..บางคนอาจจะมองแค่กลุ่มพวกนี้ดูก่อม็อบน่ากลัว ทำให้รถติด..แต่อย่างน้อยสังคมส่วนหนึ่งน่าจะเล็งเห็นและตื่นตัวบ้างไม่มากก็น้อยล่ะนะ...เราคนนึงล่ะที่ไม่เคยไปร่วมเลยแต่ก็เริ่มติดตามข่าวสารการเมืองมากขึ้น..แล้วก็อยากต่อต้านการคอรัปชั่นเพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร
วันนี้แม้จะรู้สึกอยากให้เพื่อนเห็นเหมือนเรา..อาจต่างความคิดกันไปบ้าง..หากคุยอีกเราก็คงอยากจะหาข้อมูลต่างๆมาให้เพื่อนอ่าน..เพื่ออยากให้มันรู้ว่าอะไรที่ทำให้เรามีมุมมองแบบนี้..คุยกันอาจเครียดและขัดแย้งกันไปสักหน่อย..แต่พอคุยจบ..ก็
"แกๆ..ดูเด็กหอยัง..น่าดูนะ"
"ไปดูไหมล่ะ อิอิ"
"แกสนใจดำน้ำปะ เพื่อนเรามันชวนไป"
..... .
เราเรียนรู้ว่า..บางครั้งเราก็ควรมีจุดยืนและมั่นคงบนความถูกต้อง..แม้บางครั้งเราอาจจะเห็นต่าง..แต่ก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะผิด..ยังไงซะเราก็เป็นเพื่อนกัน